Tuesday, June 30, 2015

ระวัง ‘โลหะหนัก’ ใน “เห็ดหอมและเยื่อไผ่”

สมัยนี้หากไม่รู้จักเลือกซื้ออาหารแล้วร่างกายอาจได้รับของแถมอื่นๆ อาทิ โลหะหนักเข้าไปด้วย เช่น สารหนู และปรอท

ปกติจะนิยมใช้สารหนูในอุตสาหกรรมการผลิตยารักษาโรค ผลิตสี วัตถุระเบิด ผลิตแก้ว และเซรามิก อีกทั้งมีการใช้ในวัตถุทางการเกษตร เช่น ยาฆ่าแมลง และยาฆ่าหนู

สารหนูเป็นสารอันตราย หากร่างกายได้รับในปริมาณน้อยเป็นเวลานานๆ อาจเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆ ได้ เช่น มะเร็งตับ ไต ปอด กระเพาะปัสสาวะ และต่อมลูกหมาก

ส่วนปรอท เป็นโลหะหนักอีกชนิดที่มักพบในน้ำทิ้งและของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม และพบสารปนเปื้อนในพืชอาหาร โดยปนเปื้อนมาจากดินและน้ำที่ใช้ในการเพราะปลูกพืช หากร่างกายได้รับปรอทประจำ แม้จะได้รับในปริมาณไม่มาก จะทำให้ปรอทประจำ แม้จะไม่ได้รับในปริมาณไม่มาก จะทำให้ปรอทสะสมอยู่ในร่างกาย ส่งผลให้เป็นอันตรายต่อสมอง อวัยวะต่างๆ และอาจทำให้เป็นโรคสมองฝ่อได้

ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 98 (พ.ศ.2529) และฉบับที่ 273 (พ.ศ.2546) เรื่องมาตรฐานอาหารที่มีปนเปื้อนกำหนดให้ในอาหารทั้วไปมีสารหนูปนเปื้อนได้ไม่เกิน 2 มิลลิกรัม ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ส่วนปรอท กำหนดให้ปนเปื้อนได้ไม่เกิน 0.02 มิลลิกรัม ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม

วันนี้สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มเก็บตัวอย่างเห็ดหอมแห้งและเยื่อไผ่ จำนวน 5 ตัวอย่าง จากพิ้นที่ใน จ.สงขลา และ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำมาวิเคราะห์การปนเปื้อนของโลหะหนัก 2 ชนิด คือ สารหนูและปรอท

ผลวิเคราะห์ปรากฎว่ามีเห็ดหอม 4 ตัวอย่าง Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha   ที่พบสารหนูปนเปื้อน แต่ปริมาณที่พบไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด ส่วนปรอทไม่พบการปนเปื้อนเลยในทุกตัวอย่าง  ฉะนั้น เห็ดหอมในวันนี้ทานกันได้แต่อย่ามาก เพื่อความปลอดภัย

ปรับทัศนคติเข้าใจ ‘หญิงสูงวัย’

ข้อมูล “การประเมินการถูกล่วงละเมิดทางเพศในเด็กและวัยรุ่น: วิธีการประเมินตามหลักฐานเชิงประจักษ์” จากวารสารสภาการพยาบาล และผู้หญิงวัยสาว ทั้งสาวน้อย-สาวใหญ่ กับกรณีตัวตนและทัศนคติของสังคม ที่นำเสนอเสียงสะท้อนจากเวทีเสวนา “ตัวตนใหม่ของผู้หญิงไทย: การต่อรองมายาคติทางเพศในครอบครัว” ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.)

เพศหญิงที่สูงอายุ...ก็มีปัญหาน่าพิจารณา

ทั้งนี้ สถานการณ์ทางสังคมในประเทศไทยยุคนี้ และนับจากนี้ มีหลายๆ หน่วยงานระบุตรงกันว่าประเด็น “สังคมผู้สูงอายุ” กำลังเป็นประเด็นที่นับวันยิ่งจะต้องให้ความสำคัญ ซึ่งสำหรับ ผู้หญิงไทย ในกลุ่มผู้สูงวัยนั้น ก็มีจำนวนมากกว่าผู้ชาย และด้วยความที่เป็นเพศหญิงก็อาจจะมีปัญหามากกว่าเพศชาย

ตามข้อมูลสถิติของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยเมื่อปี 2555 จากจำนวนประชากรผู้สูงอายุทั่วประเทศ มีประชากรผู้สูงอายุเพศชาย 3,625,513 คน ประชากรผู้สูงอายุเพศหญิงมีมากถึง 4,545,396 คน

แนวโน้มสถานภาพการสมรสของผู้สูงอายุ ช่วงปี 2550–2554 ซึ่งสำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า...ปี 2550 ผู้สูงอายุที่ สถานภาพโสด เพศชายมีร้อยละ 1.5 เพศหญิงมีถึงร้อยละ 3.8, ผู้สูงอายุที่ สมรสแต่เป็นม่าย หย่า แยกกันอยู่ เพศชายมีแค่ร้อยละ 16.1 เพศหญิงมีถึงร้อยละ 49.9 พอถึงปี 2554 ผู้สูงอายุที่สถานภาพโสด เพศชายมีร้อยละ 2.1 แต่เพศหญิงมีถึงร้อยละ 5.3, ผู้สูงอายุที่สมรสแต่เป็นม่าย หย่า แยกกันอยู่ เพศชายมีแค่ร้อยละ 15.2 แต่เพศหญิงมีถึงร้อยละ 44.3 ขณะที่การสำรวจผู้สูงอายุที่ ต้องอยู่คนเดียวเพียงลำพัง ตั้งแต่ปี 2537 ถึง 2554 พบว่า ผู้สูงอายุที่ต้องอยู่คนเดียวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปี 2554 ลักษณะการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่ต้องอยู่คนเดียว เพศชายมีแค่ร้อยละ 6.3 แต่เพศหญิงมีสูงถึงร้อยละ 10.4

เพศหญิงสูงอายุที่อยู่โดดเดี่ยวมีมากกว่าชายและก็มีปัญหาทางร่างกายและจิตใจสูงกว่า

ยกตัวอย่าง การสำรวจ โรค/กลุ่มโรคเรื้อรังที่ผู้สูงอายุเป็น ในปี 2554 หากไม่รวมโรคพิษสุราเรื้อรัง ติดสารเสพติด ที่ผู้สูงอายุเพศชายมีร้อยละ 0.06 เพศหญิงร้อยละ 0.04 ดูกันที่อีก 10 กว่าโรค โรคทั้งทางกาย-ใจ ผู้สูงอายุเพศหญิงเป็นมากกว่าเพศชาย กล่าวคือ...ความดันโลหิตสูง/ไขมันในเลือดสูง/คอเลสเตอรอลสูง เพศชายเป็นร้อยละ 12.77 เพศหญิงเป็นถึงร้อยละ 20.92, เบาหวาน เพศชายเป็นร้อยละ 5.34 เพศหญิงเป็นถึงร้อยละ 9.70, เกาต์ รูมาตอยด์ ปวดเข่า/หลัง/คอ แบบเรื้อรัง เพศชายเป็นร้อยละ 4.02 เพศหญิงร้อยละ 6.03, โรคหัวใจ เพศชายเป็นร้อยละ 1.89 เพศหญิงเป็นถึงร้อยละ 2.94, อัมพฤกษ์ อัมพาต เพศชายเป็นร้อยละ 0.86 เพศหญิงร้อยละ 0.87, โรคไต ไตวายเรื้อรัง นิ่วในไต เพศชายเป็นร้อยละ 0.72 เพศหญิงร้อยละ 0.95

สมองเสื่อม ความจำเลอะเลือน ลมชัก ลมบ้าหมู เพศชายเป็นร้อยละ 0.45 เพศหญิงร้อยละ 0.74, โรคติดเชื้ออื่นๆ (เอดส์ โปลิโอ เรื้อน) เพศชายเป็นร้อยละ 0.45 เพศหญิงร้อยละ 0.58, ไทรอยด์ (คอพอก) เพศชายเป็นร้อยละ 0.31 เพศหญิงร้อยละ 0.47, มะเร็ง เพศชายเป็นร้อยละ 0.22 เพศหญิงเป็นร้อยละ 0.46, ตับแข็ง ไขมันแทรกในตับ นิ่วในถุงน้ำดี Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha Ha  เพศชายเป็นร้อยละ 0.19 เพศหญิงร้อยละ 0.23, วัณโรค เพศชายเป็นร้อยละ 0.17 เพศหญิงร้อยละ 0.19, โรคเลือด เช่น ธาลัสซีเมีย โลหิตจาง เพศชายเป็นร้อยละ 0.09 เพศหญิงร้อยละ 0.16 และ ผิดปกติทางจิต ซึมเศร้า เพศชายเป็นร้อยละ 0.09 เพศหญิงก็เป็นมากกว่า คือร้อยละ 0.15

หรือถ้าใครจะบอกว่าที่ว่ามาไม่ใช่ เรื่องทางเพศกับ “ผู้หญิงสูงอายุ” โดยตรง ก็ต้องกรณีนี้เลย...กรณี “ภัยข่มขืน” โดยยุคปัจจุบันเป็นเรื่องน่าตกใจที่มีคดีข่มขืนหญิงสูงอายุ เกิดขึ้นเป็นระยะ!!

ในทางจิตวิทยา ผู้ก่อเหตุอาจมีปัญหาทางจิต ในทางปัญหายาเสพติด ผู้ก่อเหตุทำไปเพราะฤทธิ์ยา ขณะที่ในทางสังคม นัยนา สุภาพึ่ง ผู้อำนวยการมูลนิธิธีรนารถ กาญจนอักษร เคยแสดงความคิดเห็นไว้ว่า..ปัญหานี้ส่วนหนึ่งเกิดจากบรรทัดฐานเรื่องเพศ ระหว่างหญิง-ชาย ที่ยังไม่เท่าเทียมกันจริง ผู้ชายยังสามารถแสดงออกทางเพศได้มากกว่า ยังรู้สึกว่ามีอำนาจเหนือกว่าผู้หญิง

ทั้งนี้ ผู้หญิงไทย กับ เรื่องทางเพศ สำหรับกลุ่ม “ผู้หญิงสูงอายุ” จริง ๆ แล้วยังมีกรณีอื่นๆ อีก ไม่ต่างจากผู้หญิงสาวใหญ่-สาวน้อย และรวมถึงผู้หญิงวัยเด็ก ซึ่งมิใช่เรื่อง “มายาคติทางเพศ” แต่มีปัญหาจริง!!  ซึ่งผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในทุกส่วน ทุกระดับ ควรจะต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาจริงจังมากขึ้นอีก

No comments:

Post a Comment