นึกถึงผลของการโกรธ โดยพิจารณาว่า ระหว่างผลดีและผลเสียอะไรมีมากกว่ากัน ระหว่างผู้ที่ทำให้เราโกรธกับตัวเราเอง ใครเดือดร้อนหรือเสียหายเนื่องจากการโกรธมากกว่ากัน ตัวเราผู้โกรธเองใช่หรือไม่ และบางครั้งยังรวมไปถึงคนที่รักเราหรือคนที่เรารักด้วยใช่ไหม แล้วทำไมเราจึงต้องสานต่อความโกรธให้มีอยู่ต่อไป บางครั้งผู้ที่ทำให้เราโกรธอาจทำไปโดยไม่รู้ตัว หรือไม่เจตนาก็ได้ และที่ร้ายกว่านั้นคือถ้าเขาเจตนา การทุกข์ทรมานด้วยความโกรธของเรามียิ่งทำให้เขาสมหวังมากขึ้นหรือ ทำไมเราจึงต้องซ้ำเติมตัวเอง แล้วคนประเภทนั้นมีคุณค่ามากพอที่เราจะไปเสียอารมณ์ด้วยละหรือ
นึกถึงความดีหรือส่วนดีของอีกฝ่าย ถึงแม้เขาจะทำไม่ดี ไม่ถูกใจเราในเรื่องนี้ แต่เรื่องอื่น ๆ เขาก็ทำได้ดี หรือไม่ก็เท่าที่ผ่าน ๆ มา เขาก็ดีกับเราตั้งหลายเรื่อง บางครั้งก็จำเป็นที่จะต้องมองข้ามหรือทำใจ ในความเป็นจริงแล้ว เราไม่มีสิทธิ์และไม่ควรไปตั้งความหวังในตัวคนอื่น เพราะแม้แต่ตัวเราเองบางครั้งเราหวังให้ตัวเราทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จตั้งหลายครั้ง เราไม่ค่อยผิดหวังหรือโกรธตัวเอง เพราะว่าเราเข้าใจ ยอมรับและให้อภัยตัวเองเสมอ แต่ที่น่าแปลกใจคือ ทำไมเรามักจะยอมรับไม่ได้ หรือไม่พยายามที่จะเข้าใจ เมื่อคนอื่นไม่ทำตามที่เราหวังไว้
กล้าเผชิญกับความจริง พยายามพิจารณาตัวเองและปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ โดยพิจารณาจากเรื่องที่เกิดขึ้นก็ได้ว่า จริง ๆ แล้วเราก็มีส่วนผิดด้วยใช่หรือไม่ St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St เราคิดเข้าข้างตนเองมากเกินไปใช่ไหม เราไม่สามารถที่จะเข้าใจและให้อภัยคนคนนี้อีกต่อไปแล้ว หรือเราทำตัวเหมาะสมกับการเป็นผู้ใหญ่แล้วละหรือเหล่านี้เป็นต้น
ผู้ที่มีเหตุผลและมีมโนธรรม ย่อมสามารถลดหรือระงับความโกรธได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ถ้ามีความตั้งใจจริง
สถานการณ์ใดที่ควรแสดงความโกรธ ในบางครั้งแม้แต่คนที่อารมณ์เยือกเย็นสุขุมอยู่เสมอนั้นเมื่อถึงคราวจำเป็นขึ้นมา และเมื่อความอดทนหมดสิ้นลง ก็สามารถจะกระทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดได้เหมือนกัน ทั้งนี้ เพราะคนทุกคนต่างมีสัญชาติญาณแห่งการเอาชนะผู้อื่นเพื่อความอยู่รอดด้วยกันทั้งนั้น ผู้ที่สำนึกในคุณค่าของตัวเองนั้น จะต้องป้องกันศักดิ์ศรีของตนเสมอ การต่อสู้ของบุคคลเหล่านี้ไม่เพียงเพื่อการดำรงความเคารพในตัวเองไว้เท่านั้น แต่ยังดำรงความเคารพนับถือที่คนอื่นมีต่อตนไว้อีกด้วย และที่สำคัญเขายังรู้ด้วยว่าอารมณ์โกรธนั้น บางครั้งสามารถนำมาใช้จัดการหรือปกครองคนบางประเภทได้ คนเราจึงไม่ควรหลีกเลี่ยงการต่อสู้เมื่อถึงคราวจำเป็นจริง ๆ
จัดการกับคนที่กำลังโกรธอย่างไรดี คนที่กำลังโกรธและเกี่ยวข้องกับเรานั้นมี 2 ประเภทคือ
ประเภทแรก กำลังโกรธและใช้เราเป็นที่ระบายอารมณ์ ซึ่งสาเหตุของการโกรธอาจโกรธที่ตัวเราหรือโกรธคนอื่นแต่มาลงที่เราก็ได้ วิธีการที่ใช้แล้วได้ผลที่ควรพิจารณานำไปใช้ คือ การวางท่าเคร่งขรึมการนิ่งฟัง การแสดงออกทางสายตา หรือด้วยการพูดด้วยคำพูดที่มีน้ำหนักเพียงคำสองคำเหล่านี้ อาจทำให้อีกฝ่ายถึงกับงันไปก็มี เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เขาพยายามทำแล้วไม่ได้ผล เขาก็จะเงียบเสียงลง ท่าทีที่ใช้ต้องให้เหมาะสมกับสถานะของทั้งสองฝ่าย เช่น เขาเป็นผู้ใหญ่กว่าสถานะสูงกว่า เราอาจทำได้เพียงการนิ่งฟังแต่ถ้าเขากับเราเท่าเทียมกัน อาจใช้คำพูดให้ได้คิด หรือในผู้ที่สถานะต่ำกว่าเราอาจใช้การแสดงออกทางสายตา การะแนะนำสั่งสอน เหล่านี้ก็ควรพิจารณาให้เหมาะสมด้วย
ประเภทที่สอง อารมณ์โกรธยังค้างอยู่และต้องการการช่วยเหลือ พวกนี้สงบลงบ้างแล้วการช่วยเหลือผู้ที่กำลังโกรธไม่มีอะไรดีที่สุดเท่ากับการรับฟังอย่างตั้งใจ ในเรื่องราวที่เขาเล่าหรือระบายออกการมีคนฟัง บางครั้งดูเหมือนว่าความโกรธได้ลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St
St ส่วนเรื่องการแสดงความเห็นอกเห็นใจหรือการให้คำแนะนำปรึกษาใด ๆ นั้น ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลและความเป็นจริงเป็นสำคัญแนวทางการปฏิบัติใด ๆ จะบังเกิดผลดีได้ก็ต่อเมื่อ ผู้รับมีความพร้อมที่จะรับ มีความสามารถที่จะใคร่ครวญ
พิจารณาและเลือกวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองแล้วเท่านั้น
เพื่อการดำเนินชีวิตประจำวันไปได้อย่างราบรื่นและสงบ บางครั้งจำเป็นต้องไม่เอาใจใส่หรือต้องทนต่อคำสบประมาทเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเพิกเฉยต่อคำวิพากษ์วิจารณ์และคำพูดติเตียนของคนอื่นเสียบ้างและเมื่อถึงคราวจำเป็นที่ต้องต่อสู้ สิ่งสำคัญคือ ความสุขุมและวิจารณญาณที่ดีพอ โดยมีจุดประสงค์ที่แท้จริงคือ การแก้ปัญหาอย่างประนีประนอม มิใช่การต่อสู้กันด้วยวาจาหรือกำลัง หากแต่เป็นการเอาชนะกันด้วยไมตรีจิตมิใช่ด้วยการบีบบังคับใด ๆ
No comments:
Post a Comment